เรียนต่อต่างประเทศ ศึกษาต่อต่างประเทศ เรียนต่ออังกฤษ ศึกษาต่ออังกฤษ เรียนต่อออสเตรเลีย ศึกษาต่อออสเตรเลีย เรียนต่ออเมริกา ศึกษาต่ออเมริกา
เรียนต่อต่างประเทศ ศึกษาต่อต่างประเทศ เรียนต่ออังกฤษ ศึกษาต่ออังกฤษ เรียนต่อออสเตรเลีย ศึกษาต่อออสเตรเลีย เรียนต่ออเมริกา ศึกษาต่ออเมริกา
Learnmore เรียนต่อต่างประเทศ
เกี่ยวกับ Learnmore ศึกษาต่อต่างประเทศ
Webboard เรียนต่อต่างประเทศ, Au Pair, Intership, Work and Travel
ลิ้งค์ข้อมูล เรียนต่อต่างประเทศ
ติดต่อ Learnmore เรียนต่อต่างประเทศ
กิจกรรม สัมมนา เรียนต่อต่างประเทศ โครงการ Au Pair โครงการ work and travel Intership




โครงการ Work and Travel


   
ข้อมูลทั่วไปประเทศนิวซีแลนด ทำไมเลือกศึกษาต่อ ณ ประเทศนิวซีแลนด์
หลักสูตรและระบบการศึกษา ที่พักอาศัย
การประกันสุขภาพ การทำงานระหว่างเรียน
ขั้นตอนการสมัครเรียน ข้อแนะนำก่อนการเดินทาง


ข้อมูลทั่วไปประเทศประเทศนิวซีแลนด์

    ประเทศนิวซีแลนด์ เป็นประเทศที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเกาะ ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ห่างจาก
ประเทศ ออสเตรเลียมาทางทิศตะวันออก 1,600 กิโลเมตร ประเทศนิวซีแลนด์ประกอบด้วย 2 เกาะหลัก คือ
เกาะเหนือ (North Island) และเกาะใต้ (South Island) ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า ประเทศอังกฤษเล็กน้อย และใกล้เคียงกับประเทศ
ญี่ปุ่น และยังมีเกาะเล็ก ๆ อีกจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะเกาะเล็กซึ่งตั้งอยู่ปลายสุดของเกาะใต้ มีชื่อเรียกว่า เกาะสจ๊วต
(Stewart Island). ประเทศนิวซีแลนด์ มีพื้นที่รวมทั้งหมด 270,000 ตารางกิโลเมตร โดยมีช่องแคบคุ๊กเป็นจุดแบ่งเขตระหว่าง
พื้นที่ของเกาะเหนือและเกาะใต้ ซึ่งจัดเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ ราวกับว่าประเทศเล็กๆ นี้ได้รวบรวม
สภาพพื้นที่ และบรรยากาศของนานาประเทศทั่วโลก ไว้อย่างครบถ้วน เพราะนิวซีแลนด์ประกอบไปด้วยชายหาดทอดยาว กว่า 1,700 กิโลเมตร รับกับมหาสมุทรสีครามที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ รวมทั้งบริเวณที่เป็นบ่อน้ำร้อน ภูเขาไฟ บ่อโคลนเดือด ฟยอร์ด และซาวนด์ อันสวยงามและน่าพิศวงยิ่งนัก มีเมืองหลวงชื่อ เวลลิ่งตัน

สภาพภูมิอากาศ
    สภาพอากาศ ของประเทศนิวซีแลนด์ ถือเป็นสิ่งที่พิเศษสุดสำหรับประเทศนี้ เนื่องจากไร้ซึ่งมลพิษใดๆ โดยสิ้นเชิง และมีช่วงเวลาสำหรับรับแสงอาทิตย์ตลอดทุกวัน โดยเฉลี่ยวันละ 7 - 8 ชั่วโมง ในฤดูร้อน และ 4 - 5 ชั่วโมง ในฤดูหนาว

ฤดูกาล ช่วงเดือน เกาะเหนือ เกาะใต้
ฤดูร้อน ธ.ค. - ก.พ. 16C - 25C 13C - 22C
ฤดูใบไม้ร่วง มี.ค. - พ.ค. 13C - 19C 7C - 17C
ฤดูหนาว มิ.ย. - ส.ค. 8C - 13C 2C - 10C
ฤดูใบไม้ผลิ ก.ย. - พ.ย. 1C - 17C 7C- 17C

รูปแบบการปกครอง
    นิวซีแลนด์มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา และราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ สมเด็จพระราชินีนาถ
เอลิซาเบธที่ 2 และมีตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นผู้แทนพระองค์ในนิวซีแลนด์ รัฐธรรมนูญของนิวซีแลนด์
เป็นแบบไม่เป็นลายลักษณ์อักษร คือไม่มีกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งที่บัญญัติถึงระบบการเมืองการปกครองแต่จะมีกฎหมาย
อื่นๆ หลายฉบับมาประกอบกัน เช่น Constitution ACT1986 ซึ่งเป็นพระราชบัญญัติที่ได้รวบรวมเอาหลักกฎหมาย
รัฐธรรมนูญที่กระจัดกระจายอยู่มาบัญญัติไว้ด้วยกัน และพระราชบัญญัติเลือกตั้ง เป็นต้น แต่พระราชบัญญัติเหล่านี้
ไม่มีบทบัญญัติที่ว่า บทบัญญัติของกฎหมายใดที่ขัดแย้งกับพระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับมิได้ นอกจากนี้กฎหมาย
รัฐธรรมนูญของนิวซีแลนด์ยังรวมเอากฎหมายของอังกฤษบางฉบับที่บังคับใช้ในนิวซีแลนด์ด้วย เช่น Act of Settlement 1701
ซึ่งเกี่ยวกับการสืบราชสันตติวงศ์ของกษัตริย์อังกฤษ คำพิพากษาของศาลในคดีที่เกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ
และธรรมเนียมปฏิบัติทางรัฐธรรมนูญ เป็นต้น รัฐสภาของนิวซีแลนด์เป็นระบบสภาเดี่ยว โดยทั่วไปประกอบด้วย
สมาชิก 120 คน

ประชากร
    ชาวนิวซีแลนด์ เป็นคนรักธรรมชาติ และตื่นตัวในเรื่องสภาพแวดล้อม ถึงกับประกาศให้ประเทศนิวซีแลนด์
เป็นเขตปลอดนิวเคลียร์ประเทศแรกในโลก ชาวนิวซีแลนด์ ได้รับการกล่าวขานและยอมรับว่า มีอัธยาศัยและ
มนุษยสัมพันธ์ดีเยี่ยม ชาวนิวซีแลนด์มีไมตรี มีความเป็นกันเองเสมอ แม้ในภาคธุรกิจ เปิดรับความคิดผู้อื่น
มีอารมณ์ขัน ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง ชาวนิวซีแลนด์ ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "ชาวกีวี"
ปัจจุบัน ประเทศนิวซีแลนด์ มีประชากร (หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ชาวกีวี) ประมาณ 4 ล้านคน 75% ของประชากร
อาศัยอยู่ทางเกาะเหนือ และประชากรประมาณ ล้านคนอาศัยอยู่ในโอ๊คแลนด์ และด้วย นโยบายของรัฐบาล
ที่สนับสนุนให้ผู้มีความรู้ ความสามารถ อพยพจากประเทศต่างๆ เข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศนิวซีแลนด์ได้
้ จึงมีส่วนทำให้ประเทศนิวซีแลนด์ เป็นสังคมที่ประกอบไปด้วยผู้คนจากหลายชาติ หลายภาษา นอกจากน
ี้ยังมีนักศึกษา จากประเทศต่างๆ ทั่วโลก เดินทางเข้าประเทศนิวซีแลนด์เพื่อการศึกษาต่อในระดับต่างๆ
ทั้งในหลักสูตรระยะสั้น และระยะยาว กว่า 30,000 คนต่อปี

ด้านการท่องเที่ยว
นิวซีแลนด์เป็นประเทศแห่งการกีฬาและการสันทนาการ ชาวนิวซีแลนด์ เป็นชนชาติที่โปรดปรานการเล่นกีฬา ทั้งกลางแจ้งและในร่ม กีฬาที่เป็นที่นิยม ก็คือรักบี้ คริกเก็ต เน็ตบอล บาสเกตบอล เทนนิส และการขี่จักรยาน คุณสามารถสัมผัสกับชีวิตกลางแจ้งได้โดยการ เดินเที่ยว ตั้งแคมป์ ล่องเรือ หรือ เล่นสกี สำหรับผู้ที่รักการผจญภัย นิวซีแลนด์ก็มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น บันจี้จัมพ์ การล่องแพ การดิ่งพสุทา

สกุลเงินตรา
สกุลเงิน ของนิวซีแลนด์ คือ นิวซีแลนด์ดอลล่าร์ (NZ$) ซึ่งเท่ากับ 100 เซ็นต์ รัฐบาลของประเทศนิวซีแลนด์ ไม่มีข้อกำหนดในการจำกัดจำนวนเงินที่นักเรียนจะนำเข้าประเทศ อย่างไรก็ดี กฎหมายนิวซีแลนด์ กำหนดให้นักเรียนที่มีความประสงค์จะเข้าศึกษาต่อในประเทศนิวซีแลนด์ เป็นเวลานานกว่า 3 เดือน เปิดบัญชีธนาคาร ก่อนเข้าประเทศ

การใช้ชีวิตในนิวซีแลนด์

1. อาหาร
     อาหารในประเทศนิวซีแลนด์ ได้ชื่อว่าสด และสะอาด โดยเฉพาะอาหารประเภทผักสด ผลไม้ อาหารทะเล เนื้อแกะ และผลิตภัณฑ์ ที่ทำจากนม เพราะประเทศนิวซีแลนด์ คือแหล่งผลิตเนื้อแกะ เนื้อ และผลิตภัณฑ์ นม เนย เนื่องจาก
นิวซีแลนด์ เป็นประเทศ ที่มีประชากรหลากหลายเชื้อชาติ เข้าไปตั้งถิ่นฐานอยู่ จึงมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ มุมอาหารจานด่วน และศูนย์อาหารมากมาย นักเรียน และนักศึกษา สามารถเลือกหาอาหารนานาชาติ รับประทานได้ง่าย โดยเฉพาะในเมืองใหญ่
   ซุปเปอร์มารเก็ต และร้านขายของชำของคนจีน เป็นแหล่งจับจ่ายวัตถุดิบ สำหรับทำอาหาร ทานเอง
   น้ำประปา  สำหรับในเมืองใหญ่ เช่น Auckland , Christchurch , Wellington น้ำสะอาด สามารถดื่มได้

2.ไฟฟ้า
     กระแสไฟฟ้า ที่ใช้ในประเทศนิวซีแลนด์ คือ 220 Volt หากต้องการนำเครื่องไฟฟ้าจากประเทศไทยติดตัวไปใช้ ควรนำปลั๊กสามขาติดตัวไปด้วย (ปลั๊กสามขาสามารถหาซื้อได้จากร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้า และห้างสรรพสินค้า)

3.โทรศัพท
     โทรศัพท์สาธารณะ ในนิวซีแลนด์ จะเป็นโทรศัพท์แบบใช้บัตรเป็นส่วนใหญ่ บัตรหนึ่งใบจะมีมูลค่า 5, 10, 20 หรือ 50 เหรียญ สามารถหาซื้อได้ ที่ทำการไปรษณีย์ หรือร้านขายของที่มีป้ายติดว่า "จำหน่ายบัตรโทรศัพท์" หรือ "Phone Cards available here" เช่น ร้านขายของที่ระลึก แผงขายหนังสือ ปั๊มน้ำมัน

     การโทรศัพท์ มาประเทศไทยด้วยโทรศัพท์บ้าน หรือโทรศัพท์สาธารณะ จะต้องหมุน 00 + 66 + รหัสเมือง + หมาย เลขโทรศัพท์ที่ต้องการโทรออก เช่น ต้องโทรศัพท์ ไปที่ ประเทศไทย เบอร์ 02 694 3068 ต้องหมุน 00 66 2 694 3068

                                                                                การโทรศัพท์ มาประเทศไทย โดยผ่านโอเปอร์เรเตอร์ไทย เพื่อเก็บค่าโทรศัพท์ปลายทาง โดยการหมุน 000 966
กรณี ผู้ปกครองต้องการโทรศัพท์ หานักเรียนในประเทศนิวซีแลนด์ สามารถโทร. ออกได้ดังนี้

   -  จากโทรศัพท์ บ้าน 001 + 809 + 64 + รหัสเมือง + หมายเลขที่ต้องการโทร. ออก
   -  จากโทรศัพท์มือถือ 009 + 64 + รหัสเมือง + หมายเลขที่ต้องการโทร. ออก

4.ไปรษณีย์

     ที่ทำการไปรษณีย์ เปิดทำการเวลา 09.00 - 17.00 น. ตามเวลาประเทศนิวซีแลนด์ นักเรียนสามารถหาซื้อแสตมป์ ซองจดหมาย อุปกรณ์ในการส่งพัสดุภัณฑ์ ต่างๆ รวมทั้งบัตรโทรศัพท์ ได้จากที่นี่

5. การคมนาคม
     การเดินทางไปประเทศนิวซีแลนด์ มีความสะดวก โดยมีสายการบินที่บินตรง และสายการบินที่แวะเปลี่ยนเครื่องระวางทางไว้บริการ โดยเที่ยวบินซึ่งบินออกจากกรุงเทพฯ ทุกวัน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 12 ชั่วโมง)

นิวซีแลนด์ มีสนามบินนานาชาติ 3 แห่ง คือ

1 Auckland - เกาะเหนือ 2 Wellington - เกาะเหนือ 3. Christchurch - เกาะใต้

    สำหรับการเดินทางภายในประเทศ ทำได้หลายรูปแบบ นิวซีแลนด์ มีสายการบินภายในประเทศสองสาย ซึ่งมีเที่ยวบิน
เชื่อมเมืองขนาดใหญ่ และขนาดกลางทั่วประเทศ วันละหลายเที่ยวบินตลอดวัน นอกจากนั้นยังมี สายการบินพิเศษที่บินเชื่อมระหว่างเมืองหลัก กับ แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญๆ มีรถไฟ ทั้งแบบหรูหรา และแบบธรรมดา

     มีรถโค้ชซึ่งวิ่งระหว่างเมือง มีถนน ที่สะอาด วิ่งเรียบและมีรถน้อย นักท่องเที่ยวหลายคน จึงเลือกที่จะเช่ารถขับเที่ยว
ด้วยตนเองหากมีเวลาพอ ดังนั้น การขับรถเป็นวิธีที่ผู้คนนิยมที่สุดในการใช้เดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ในนิวซีแลนด์ รถญี่ปุ่นมือสองมีราคาไม่แพงนักและหาซื้อได้ง่าย อีกน้ำมันก็มีราคาไม่แพงด้วย ถนนหนทางในนิวซีแลนด์สะดวกสบาย
และเชื่อมต่อครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ

ภาษี
     หากคุณอาศัยอยู่ในนิวซีแลนด์ มากกว่า 183 วัน (6 เดือน) และมีรายได้เพื่อดำรงชีวิต คุณมีหน้าที่ต้องจ่ายภาษีในรอบปี ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายสำหรับคนที่มีรายได้จากอาชีพต่างๆ นายจ้างจะหักภาษี ณ ที่จ่าย จากค่าจ้างหรือเงินเดือนของคุณ ซึ่งคุณมีสิทธิขอคืนภาษีได้ แต่ถ้าคุณอยู่ในนิวซีแลนด์น้อยกว่า 6 เดือน คุณจะอยู่ในฐานะที่ “ไม่ใช่ผู้ที่มีถิ่นฐานประจำ” จึงไม่จำเป็นต้องเสียภาษี แต่จะต้องเสียภาษีเงินได้ตามกฎหมายหากคุณทำงานมีรายได้

     อย่างไรก็ดีคุณมีสิทธิยื่นเรื่องขอยกเว้นภาษีได้ ที่ The Non-Resident Centre, Inland Revenue Department, P.O. Box Bag 1932, Dunedin, ph: 03 467 7020 (ระหว่าง 9.00 น - 16.30 น. วันจันทร์ - ศุกร์) fax : 03 467 7083
,The email address nonres@ird.govt.nz (ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.ird.govt.nz)


ทำไมเลือกศึกษาต่อ ณ ประเทศนิวซีแลนด์

    1 ได้รับการยอมรับในระดับสากล
คุณภาพการศึกษาของนิวซีแลนด์ ได้รับการยอมรับในระดับสากล เนื่องเนื่องจากคุณวุฒิ
และโปรแกรมการศึกษาเป็นระบบการศึกษาของประเทศอังกฤษ นักเรียนจึงสามารถเรียนระดับปริญญาตรีในนิวซีแลนด์
และเรียนต่อระดับที่สูงขึ้นในประเทศอื่นๆ ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักได้

    2. มีความร่วมมือทางด้านการศึกษากับประเทศต่างๆ
นิวซีแลนด์มีข้อตกลงที่เป็นทางการกับมาเลเซียและจีน ในด้านความร่วมมือกันทางการศึกษา และร่วมมือกับเยอรมันนี
ีและฝรั่งเศส เกี่ยวกับค่าธรรมเนียมของนักเรียนระดับสูงกว่าปริญญาตรี และกับประเทศออสเตรเลียในด้านค่าธรรมเนียม
ของนักเรียนระดับอุดมศึกษา

    3. มีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆให้แก่นักเรียน
โรงเรียนและสถาบันการศึกษา มีการจัดเตรียมสิ่งต่างๆ เพื่อให้นักเรียนได้รับความสะดวกสบายในการเรียนรู้ อาทิการ
ให้คำแนะนำด้านอาชีพ การให้คำแนะนำเกี่ยวกับเงินทุน สมาคมนักเรียน ที่คอยช่วยเหลือด้านสังคม วัฒนธรรม และกิจกรรมกีฬา ศูนย์กลางการเรียนรู้สำหรับนักเรียน ที่มีติวเตอร์ คอยช่วยเหลือเรื่องการเรียน การเขียนเรียงความ สถิติ การใช้คำ และการวางแผนในการทำวิจัยการใช้ห้องสมุด และเทคนิคในการทำข้อสอบ สำนักงานนานาชาติที่จะคอย
ช่วยเหลือโดยเจ้าหน้าที่ประจำชาติหากนัก

    4. มีการให้คำปรึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาตินักเรียน
ที่ต้องจากบ้านของตนเอง มาเรียนต่างประเทศอาจจะรู้สึกโดดเดี่ยว กดดัน ดังนั้นในทุกๆ สถาบัน ไม่ว่าจะเป็น
โรงเรียนสอนภาษา โรงเรียนมัธยมและสถาบันอุดมศึกษา จะมีผู้ที่คอยให้คำปรึกษาในด้านต่างๆ ทั้ง เรื่องส่วนตัวหรือ
เรื่องเรียน ด้วยความเต็มใจ เพื่อให้นักเรียนอยู่ที่นิวซีแลนด์ได้อย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จ ในโรงเรียนระดับ
มัธยมศึกษา ในแต่ละชั้นปีจะมีหัวหน้ากลุ่มที่คอยดูแลสวัสดิภาพ แนวทางและหลักสูตรของนักเรียน ทั้งโรงเรียนมัธยม
และสถาบันอุดมศึกษา ยังมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำในการเลือกอาชีพ การเขียนประวัติส่วนตัว และการสมัครงาน

    5. ความปลอดภัยในสถาบันและที่พัก
สถาบันอุดมศึกษาจะมีผู้รักษาความปลอดภัยคอยตรวจตราทั้งกลางวันและกลางคืน โทรศัพท์ฉุกเฉิน และมีการรูดบัตร
สำหรับเข้าภายในตึก มีอาสาสมัครที่คอยไปส่งนักเรียนหากนักเรียนเลิกเรียนดึก นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีความ
ปลอดภัยสูงเมื่อเปรียบเทียบกับหลายๆประเทศ แต่ก็เป็นการดีหากจะมีการป้องกันไว้ก่อน

    6. การดูแลความปลอดภัยของเพศหญิง
สถาบันอุดมศึกษาจะมีกลุ่มหรือห้องสำหรับผู้หญิงมีวิธีการที่มีประสิทธิภาพสำหรับการจัดการกับปัญหาการคุกคามทางเพศ


หลักสูตรและระบบการศึกษา

     นิวซีแลนด์ เป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ด้านการศึกษา นิวซีแลนด์ มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และมีโอกาสทางการศึกษาที่เป็นเลิศ เป็นส่วนช่วยเหลือนักศึกษาต่างชาติ นอกเหนือจากนั้น สถาบันการศึกษาใน
ประเทศนิวซีแลนด์ ยังมุ่งเน้นจัดหลักสูตรที่พัฒนาทักษะและความรู้ให้เหมาะสมกับนักศึกษาเพื่อความสำคัญทางสาขา
อาชีพการงานและการดำเนินชีวิต กระตุ้นให้เรียนรู้ และคิดค้นสิ่งใหม่ในทุกแง่มุม

     ประเทศนิวซีแลนด์ เปิดรับนักเรียน นักศึกษาในทุกระดับตั้งแต่ ระดับมัธยมศึกษา วิทยาลัยอาชีวะศึกษา โพลีเทคนิค วิทยาลัยครู มหาวิทยาลัย และสถาบันสอนภาษาเอกชน ในแต่ละปี มีนักศึกษากว่า 30,000 คน จากกว่า 160 ประเทศ เดินทางมาศึกษาต่อที่นิวซีแลนด์ วุฒิการศึกษาของประเทศนิวซีแลนด์ ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และมีมาตรฐานการศึกษา ที่เป็นระบบเดียวกันทั้งประเทศ

สถาบันสอนภาษา
     การสอนภาษาอังกฤษแก่ผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง (ESOL-English for Speakers of Other Languages) ได้รับการ
พัฒนาอย่างจริงจังเมื่อประมาณ 15 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีสถาบันสอนภาษาอังกฤษในสังกัดมหาวิทยาลัยและโพลีเทคนิคกว่า 20 แห่ง และสถาบันสอนภาษาอังกฤษเอกชนภายใต้การดูแลของ NZQA โดยเปิดสอนในหลักสูตรที่มีความหลากหลาย และ
สามารถตอบสนองต่อความต้องการของนักศึกษาได้ในทุกรูปแบบ ตั้งแต่หลักสูตรระยะสั้น (ต่ำกว่า 12 สัปดาห์) และระยะยาว วิธีการสอนมีความทันสมัย และเปิดรับนักศึกษาใหม่ตลอดทั้งปี


ระดับอนุบาลและประถมศึกษา

     นักเรียนส่วนมากเริ่มต้นการเรียนในระดับประถมศึกษาปีที่ 1 เมื่ออายุ 5 ปี และเข้าศึกษาต่อในระดับประถมศึกษาตอน
ปลายเมื่ออายุ 11 ปี โรงเรียนประถมศึกษาหลายแห่งสามารถรับนักเรียนจนกระทั่งอายุ 12 ปี และเข้าต่อระดับมัธยมศึกษา
เมื่ออายุ 13 - 17 หรือ 18ปี

ระดับมัธยมศึกษา (รวมถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือ วิทยาลัย)
     ประเทศนิวซีแลนด์ มีโรงเรียนในระดับมัธยมศึกษาอยู่กว่า 400 แห่ง ซึ่งรวมถึง โรงเรียนของรัฐบาล กึ่งรัฐบาล และเอกชน อายุขั้นต่ำของนักเรียนนานาชาติที่ สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนระดับมัธยมได้คือ 11-13 ปี โรงเรียนแต่ละแห่งรับผิดชอบ
ในเรื่องของหลักสูตรการเรียนการสอนเอง ภายใต้ การควบคุมดูแลในเรื่องของคุณภาพ และอนุมัติหลักสูตรโดย
กระทรวงศึกษาธิการ และการรับรองคุณภาพจาก New Zealand Qualification Authority (NZQA) โรงเรียนมัธยมศึกษา
ส่วนมากจะเป็นของรัฐบาล แต่ก็มีบางโรงเรียน ที่เน้นทางด้านปรัชญาหรือศาสนา โดยส่วนใหญ่ หลักสูตรและมาตรฐาน
ของ โรงเรียนมัธยมศึกษานั้น จะเหมือนกันทั้งประเทศ เพราะทุกโรงเรียนต่างใช้ระบบ National Qualifications ที่เป็นมาตรฐาน
เดียวกันทั้งประเทศ

ภาคการศึกษาแบ่งเป็น 4 เทอม และระหว่างเทอมจะปิดให้นักเรียน พัก 2 สัปดาห์ โรงเรียนมัธยมถูกกำหนดให้มีการสอนไม่น้อยกว่า 190 วันต่อปีการศึกษา

เทอม 1: กุมภาพันธ์ - เมษายน เทอม 2: เมษายน - มิถุนายน
เทอม 3: กรกฎาคม - กันยายน เทอม 4: ตุลาคม - ธันวาคม

Year 9 (อายุ 13 ปี) และ Year 10 (อายุ 14 ปี)

นักเรียนทุกคนจะต้องเรียนวิชาบังคับ ซึ่งได้แก่ ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาเมารี สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และพลศึกษา และวิชาเลือกอื่นๆ ซี่งจะแตกต่างกันไป แล้วแต่ละโรงเรียน

Year 11
    นักเรียนจะต้องเรียนเพื่อเข้าสู่ระบบ National Certificate Education Academic (NECA) ใน NCEA-Level 1 ในระดับที่ว่าน
ี้นักเรียนต้องผ่านวิชาพื้นฐาน ซึ่งได้แก่ วิชาภาษาอังกฤษหรือเมารี และวิชาคณิตศาสตร์ ส่วนวิชาที่เหลือนั้นขึ้นอยู่กับ
นักเรียนและโรงเรียน แต่ทั้งนี้จะต้องเรียนวิชาทั้งหมดประมาณ 5-6 วิชา

Year 12 (อายุประมาณ 16 ปี)
    นักเรียนจะต้องเรียนถึง 6 วิชา ใน NCEA-Level 2 โรงเรียนหลายแห่งเปิดวิชาให้เลือกที่นอกเหนือจากวิชามาตรฐาน
ทั่วๆ ไป

Year 13 (อายุ 17 ปี)
    NCEA-Level 3 และ New Zealand Scholarship นักเรียนจะต้องเรียนประมาณ 5 วิชา ซึ่งส่วนมาก จะเป็นวิชาที่เป็นแนว
ทางที่นักเรียนเลือก ที่จะเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ไม่มีวิชาบังคับที่ต้องเลือกใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าหากต้อง
เลือกวิชาที่เกี่ยวกับด้านภาษา หรือด้านวิทยาศาสตร์ ต้องเลือกเรียนวิชาที่จะต้องเรียนใน Year 11 และ 12 ในแนวทางเดียวกันด้วย (หมายเหตุ ระบบ NCEA-Level 3 มาแทน New Zealand University Entrance Bursary examination ตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นไป )  ข้อมูลเพิ่มเติม www.nzqa.govt.nz

ระดับอุดมศึกษา (Tertiary Education)

    การศึกษาในระดับอุดมศึกษาหมายถึง การศึกษาในระดับที่สูงกว่ามัธยมศึกษา ซึ่งหมายถึงสถาบันการศึกษาดังต่อไปนี้

1. มหาวิทยาลัย (University)
    ประเทศนิวซีแลนด์มีมหาวิทยาลัยรวม 8 แห่ง ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาลทั้งหมด และได้รับการยอมรับในระดับ
นานาชาติ ในด้านความเป็นเลิศทางด้านวิชาการ แต่ละมหาวิทยาลัยมีระบบการตรวจสอบคุณภาพของตนเอง และได้รับ
การตรวจสอบจากส่วนกลาง ทั้งในแง่ของหลักสูตรที่เปิดสอนและนโยบายของมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ดี ประเทศนิวซีแลนด
เป็นประเทศที่ไม่มีระบบการจัดอันดับของมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเหล่านี้กระจายอยู่ตามเมืองใหญ่ทั่วประเทศ โดยอยู่ที่

เกาะเหนือ 5 มหาวิทยาลัย ได้แก่

University of Auckland อยู่ที่เมือง Auckland

Massey University อยู่ที่เมือง Palmerston North

Victoria University of Wellington อยู่ที่เมือง Wellington

University of Waikato อยู่ที่เมือง Hamilton

Auckland University of Technology อยู่ที่เมือง Auckland เดิมชื่อ AIT (Auckland Institute of Technology) ได้รับการสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัยในปี 2000

เกาะใต้มี 3 มหาวิทยาลัย คือ

University of Canterbury อยู่ที่เมือง Christchurch

Lincoln University อยู่ที่เมือง Christchurch

University of Otago อยู่ที่เมือง Dunedin

มหาวิทยาลัยในประเทศนิวซีแลนด์ เปิดสอนในหลักสูตรต่างๆ ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก

   สำหรับการเข้าเรียนในระดับปริญญาตรี นักศึกษาที่สำเร็จมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากประเทศไทย จะต้องเข้าเรียนในหลักสูตร Foundation Studies ก่อน หรือต้องสำเร็จหลักสูตรเทียบเท่าปีที่ 1 ของหลักสูตรระดับปริญญาตรี หรือสำเร็จหลักสูตร
อนุปริญญาในวิทยาลัยอาชีวศึกษา 2 ปี หรือ เลือกเข้าเรียนจนสำเร็จระดับ Form 7 ของประเทศนิวซีแลนด์เสียก่อน จึงจะมี
สิทธิสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีได้

    สำหรับการสมัครเข้าเรียนในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ข้อกำหนดในการสมัครจะเหมือนกับในประเทศอื่นๆ คือสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีเพื่อสมัครเข้าศึกษาในระดับปริญญาโท และจะต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทเพื่อ สมัครเข้าศึกษาระดับปริญญาเอก โดยบางหลักสูตรอาจกำหนดเรื่องของประสบการณ์การทำงานด้วย

2. โพลีเทคนิคและสถาบันเทคโนโลยี (Polytechnics and Institute of Technology)

    คือสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล เปิดสอนในหลักสูตรการฝึกอบรมต่างๆ จนถึงระดับ
ปริญญามากมาย ใน หลากหลายสาขาวิชา โดยเน้นให้ความสำคัญกับการอบรมสายวิชาชีพ ด้านอุตสาหกรรมธุรกิจและ
การพาณิชย์ และเน้นการศึกษาด้านปฏิบัติเพื่อการใช้งานจริง สถาบันโพลีเทคนิคทั้งหมดมีประมาณ 25 แห่ง กระจายอยู่ 18 แห่งในเกาะเหนือ และ 7 แห่งในเกาะใต้ นอกจากนี้โพลีเทคนิคยังมีการ อบรมหลักสูตรสั้นๆ (Short Courses) และ
หลักสูตรสอน ภาษาอังกฤษอีกด้วย โดยทั่วไปจะรับนักศึกษาที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

ประเภทและระดับของหลักสูตรที่เปิดสอนในโพลีเทคนิคและสถาบันเทคโนโลยี มีดังนี้

  -  ประกาศนียบัตร(Certificates):มีทั้งหลักสูตรเบื้องต้น และหลักสูตรเร่งรัด ระยะเวลาของหลักสูตร มีตั้งแต่ 13สัปดาห์
์ถึง 2ปี
  -  อนุปริญญา (Diploma): เป็นวุฒิที่สูงกว่าประกาศนียบัตร โดยทั่วไประยะเวลาของหลักสูตรคือ 2ปี
  -  ปริญญาตรี (Degrees): ระยะเวลาของหลักสูตรคือ 3-4 ปี
  -  ปริญญาโท (Master's Degree): มีเปิดสอนเฉพาะกับบางสถาบันและในบางสาขาวิชาเท่านั้น

3. วิทยาลัยครู (Colleges of Education)

    เป็นสถาบันการศึกษาโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพครู และนักศึกษาที่สนใจศึกษาต่อในหลักสูตรเกี่ยวกับการศึกษา วิทยาลัยครู เปิดสอนทั้งในหลักสูตรอบรมวิชาชีพครูเต็มรูปแบบ ตลอดจนหลักสูตรพัฒนาทักษะและความสามารถ
ในด้านต่างๆ ตั้งแต่ระดับ อนุปริญญา ปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอก ในสาขาวิชาดังนี้ Early Childhood Education, Primary Education และ Secondary Education

4. สถาบันอุดมศึกษาเอกชน (Private Tertiary Education)

    เป็นสถาบันเอกชน ที่เปิดสอนในระดับอุดมศึกษา หรือหลักสูตรอาชีวศึกษา ซึ่งมุ่งเน้นความถนัดในเชิงวิชาชีพ
ด้านใดด้านหนึ่ง รวมทั้งอาจเป็นสถาบันสอนภาษาที่มีมากกว่า 100 สถาบันทั่วทั้งประเทศนิวซีแลนด์ด้วย

ค่าใช้จ่ายในการศึกษาต่อประเทศนิวซีแลนด์

ค่าเล่าเรียน
  หลักสูตรภาษาอังกฤษ   NZ$ 1,200 - NZ$ 1,400   ต่อเดือน
  ระดับมัธยมศึกษา   NZ$ 7,500 - NZ$ 15,000   ต่อปี
  ระดับโพลีเทคนิค   NZ$ 9,000 - NZ$ 16,000   ต่อปี
  ระดับปริญญาตรี   NZ$ 10,000 - NZ$ 18,500   ต่อปี
  ระดับปริญญาโท/เอก   NZ$ 11,000 - NZ$ 13,000   ต่อปี

ค่าครองชีพ

   นักศึกษาต่างชาติที่เข้ามาในประเทศนิวซีแลนด์ได้กล่าวถึงคุณภาพ และการครองชีพที่ประเทศนิวซีแลนด์นั้นดีมาก นักศึกษาควรเตรียมจัดงบประมาณในส่วนของค่าใช้จ่ายส่วนตัวไว้ประมาณเดือนละ NZ$ 250 – NZ$ 400 ซึ่งหากรวมถึง
ค่าครองชีพอื่นๆ ด้วย อาทิเช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้า ค่าเดินทาง นักศึกษาควรจัดเตรียมงบประมาณไว้
NZ$ 12,000-NZ$ 18,000 ต่อปี


ที่พักอาศัย

สถาบัน จะเป็นผู้จัดหาบ้านพักให้นักเรียน นักศึกษาชาวนิวซีแลนด์ และนักศึกษานานาชาติ โดยส่วนใหญ่สถาบัน จะเป็นผู้ดำเนินการจัดหา สัมภาษณ์เอง ซึ่งนักเรียน นักศึกษาสามารถเลือกพักได้ดังนี้

1. พักกับครอบครัวชาวนิวซีแลนด์ (Homestay)

  การอาศัยอยู่กับครอบครัวชาวนิวซีแลนด์ ในบ้านของชาวนิวซีแลนด์จะทำให้รู้จักวิถีชีวิตของชาวนิวซีแลนด์มากขึ้น ครอบครัวชาวนิวซีแลนด์เป็นครอบครัวที่ได้รับเลือกมาเป็นอย่างดีว่าเป็นครอบครัว ที่มีอัธยาศัยดี ซึ่งสมาชิกในครอบครัว จะเป็นบุคคลแรกที่นักเรียน นักศึกษา จะสามารถถามได้ทุกเรื่อง ที่เกี่ยวกับนิวซีแลนด์

  การพักนักเรียน นักศึกษา จะมีห้องพักส่วนตัวเป็นของตัวเอง ครอบครัวจะต้อนรับคุณเหมือนคุณเป็นสมาชิกในบ้านส่วนหนึ่ง

  การมีกิจกรรมและช่วยเหลืองานในบ้าน เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์และภาษาอังกฤษที่ดีที่สุด

   ครอบครัว จะถูกเลือกและสัมภาษณ์อย่างละเอียด

   ครอบครัว จะดูแลเรื่องอาหารเช้า และ อาหารเย็น ให้กับนักเรียน นักศึกษา โดยปกติ ชาวนิวซีแลนด์ จะไม่รับประทานอาหารมื้อหลักพร้อมเพรียงกันทุกมื้อ เช่น อาหารเช้า สมาชิกในครอบครัว มักจะไม่นั่งโต๊ะรับประทานอาหารพร้อมกัน อาหารที่รับประทานส่วนมากมักจะเป็นอาหารเบาๆ ที่ทำง่ายๆ เช่น คอร์นเฟล็ค, ขนมปัง, ขนมปังปิ้ง, ชาหรือกาแฟ เท่านั้น ส่วนอาหารกลางวัน นักเรียน นักศึกษา ต้องซื้อรับประทานเอง อาหารมื้อเย็น คืออาหารมื้อหลัก ของครอบครัวที่สมาชิกทุกคนจะได้รับประทานอาหารโดยพร้อมเพรียงกันทุกคน                     อัตราค่าที่พัก ประมาณ NZD150-NZD225 ต่อสัปดาห์

หอพักประจำ

  สถาบันหลายแห่ง มีหอพักประจำให้นักเรียนต่างชาติ มีทั้งห้องพักเดี่ยวและห้องพักรวม นักศึกษาจะทานอาหารเช้า กลางวันและเย็นที่ห้องอาหารภายในหอพัก

  หอพักนักเรียนส่วนใหญ่ จะปิดในวันปิดภาคเรียน เป็นโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา ได้ย้ายเข้าไปมีประสบการณ์ กับครอบครัวชาวนิวซีแลนด์

  อัตราค่าหอพัก ขึ้นกับแต่ละสถาบัน

บ้านพัก หรือหอพักเอกชน

  นักเรียน นักศึกษา ที่อายุมากกว่า 18 ปี สามารถเลือกอยู่บ้านพัก หรือหอพักเอกชนได้ นักเรียนหลายคน เลือกอยู่กับเพื่อนนักเรียนด้วยกัน ราคาบ้านพัก หรือหอพักเอกชน เริ่มต้นที่ราคาประมาณ 150 - 450
เหรียญนิวซีแลนด์ / สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพเมือง ขนาดของห้อง และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกของแต่ละที่

  นักเรียนต้องเป็นผู้ชำระ ค่าเช่าห้อง ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ต และค่าใช้จ่ายอื่นๆ



การประกันสุขภาพ

  นักศึกษาต่างชาติทุกคน ควรทำประกันการเดินทางและสุขภาพ เมื่อได้ลงทะเบียนเรียนกับสถาบันการศึกษาในประเทศ
นิวซีแลนด์ การทำประกันนั้นต้องทำก่อนการเดินทาง หรืออาจจะให้ทางสถาบันการศึกษาขอทำประกันให้เมื่อได้ลงทะเบียน
หลักสูตรนั้นๆ ซึ่งส่วนมากในเอกสารการสมัครจะระบุไว้ว่า นักเรียนต้องการขอทำประกันพร้อมเลยหรือไม่ บริษัทประกันภัย
ส่วนใหญ่มีข้อเสนอการครอบคลุมหลากหลายตามแต่ความต้องการของนักศึกษาต่าง ๆ กัน นักศึกษาที่พักในนิวซีแลนด์เกิน 2 ปี จะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายถ้าเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐ

การทำงานระหว่างเรียน

  นักศึกษาไทยที่ไปศึกษาต่อที่นิวซีแลนด์ ในหลักสูตรแบบเต็มเวลา เป็นเวลา 3 เดือนขึ้นไปและมีผลสอบ IELTS 5.5 หรือเทียบเท่า สามารถทำงานได้ 20 ชั่วโมง/สัปดาห์ในช่วงเปิดภาคการศึกษาหรือทำงานแบบไม่จำกัดชั่วโมงได้ใน
ช่วงปิดภาคการศึกษา


ขั้นตอนการสมัครเรียน

  สำหรับหลักสูตรภาษาอังกฤษ ข้อกำหนดในการสมัครจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละสถาบัน บางหลักสูตรสามารถเริ่มเรียนเวลาใดก็ได้ แต่บางหลักสูตรก็กำหนดเวลาเรียนไว้ตามปฏิทินการศึกษา ในการสมัครเรียน ผู้สมัครสามารถติดต่อกับแนะแนวการศึกษาต่อเพื่อขอรายละเอียด พร้อมทั้งใบสมัครมากรอกใก้สมบูรณ์และส่งกลับ ซึ่งตามปกติแล้วทางสถาบันจะตอกกลับมาภายใน 2 สัปดาห์ โดยถ้าเป็นการตอบรับ ทางสถาบันจะแจ้งยืนยันที่พัก และขอให้ชำระค่าเล่าเรียนเลย และเมื่อได้รับค่าเล่าเรียนแล้ว สถาบันจะส่ง Visa Letter มาให้ เพื่อให้ผู้สมัครนำไปขอวีซ่าได้ นอกจากนี้สถาบันสอนภาษาส่วนใหญ่จะเรียกเก็บค่าสมัครพร้อมกับการยื่นใบสมัครทุกครั้ง หลักฐานที่ในการสมัครหลักสูตรภาษาก็ใช้แค่สำเนาหนังสือเดินทาง

  สำหรับการสมัครในหลักสูตรระดับปริญญาโท- เอก และหลักสูตร MBA ผู้สมัครสามารถขอข้อมูลรายละเอียดของหลักสูตรที่สนใจและใบสมัครได้จากสถาบันแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ
ที่เป็นตัวแทนของสถาบันการศึกษานั้นๆ

- หลักฐานผลการศึกษาฉบับจริงหรือสำเนา (Official Transcript) และเอกสารรับรองการสำเร็จการศึกษา
- จดหมายรับรองจากอาจารย์ผู้สอน/อาจารย์ที่ปรึกษา/หัวหน้างาน 2-3 ท่าน (Letters of recommendation)
- สำเนาหนังสือเดินทาง
- สำเนาผลการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ
- เรียงความเกี่ยวกับเหตุผลที่เลือกสาขาและสถาบันนั้นๆ รวมถึงแผนการศึกษาและการทำงานที่ตั้งไว้
- ใบผ่านงาน/ ใบรับรองการทำงาน (ถ้ามี)

ข้อแนะนำก่อนการเดินทาง


วีซ่า
  ตรวจสอบวีซ่าที่ได้รับว่าถูกต้องหรือไม่ พร้อมถ่ายสำเนาไว้ให้กับผู้ปกครองที่เมืองไทย ในกรณีที่ต้องอ้างอิงถึง อาทิเช่น การจัดส่งเงินไปให้กับนักศึกษาภายหลัง

การจัดกระเป๋าขึ้นเครื่อง
  โดยทั่วไป สายการบินที่บินจากประเทศไทยไปยังประเทศออสเตรเลียในชั้นประหยัด อนุญาตให้ผู้เดินทางสามารถ
นำสัมภาระติดตัวได้ไม่เกิน 20 กิโลกรัม (check-in เข้าเครื่อง) และกระเป๋าติดตัวขึ้นไปบนเครื่องอีก 1 ใบซึ่งมีน้ำหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัม หากมีน้ำหนักเกินสามารถติดต่อกับสายการบินล่วงหน้าก่อนได้ เพื่อ ดำเนินการขอผ่อนผัน หรือชำระค่าบริการ
เพิ่มเติม

การตรวจสุขภาพ
  นักศึกษาควรเตรียมตัวด้านสุขภาพนอกเหนือจากที่โรงพยาบาลตรวจตราเงื่อนไขที่สถานทูตกำหนดเมื่อยื่นขอวีซ่า โดยเฉพาะในเรื่องของหมอฟัน และจักษุแพทย์ เนื่องจากประกันสุขภาพจะไม่ครอบคลุม อย่างไรก็ดี ไม่มีข้อกำหนด
เกี่ยวกับการฉีดวัคซีน สำหรับนักศึกษาที่ต้องการไปศึกษาต่อที่ประเทศนิวซีแลนด์

เอกสารเกี่ยวกับการเรียนในประเทศนิวซีแลนด์
  รวมถึงใบตอบรับการลงทะเบียน, ผล IELTS หรือ TOFEL ใบผ่านงาน Transcript ควรถ่ายเอกสารเหล่านี้ให้ผู้ปกครองเก็บไว้
ที่บ้าน 1 ชุด ในกรณีตัวจริงหายหรือในบางกรณีผู้ปกครองอาจต้องการหลักฐานเหล่านี้ในการอ้างอิงภายหลัง

รายการสิ่งของที่ต้องนำติดตัวเวลาขึ้นเครื่องบิน

  - หนังสือเดินทางที่มีวีซ่าประทับ
  - ตั๋วเครื่องบิน
  - เอกสารเกี่ยวกับการเรียน และที่พัก
  - ปากกา สำหรับกรอกใบ ต.ม. 6 และใบขาเข้า
  - คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก (ถ้ามี)
  - เงินสด (ไม่ควรเกิน NZ$ 3000)
  - Traveler Cheque, Bank draft หรือ บัตรเครดิต
  - เสื้อกันหนาว 1 ตัว
  - Overnighter ควรเตรียมของใช้ส่วนตัวสำหรับกรณีฉุกเฉินที่จำเป็นเช่น ยาสีฟัน แปรงสีฟัน โลชั่นฯลฯ ขนาดพกพา เสื้อลำรอง ชั้นใน เป็นต้น

สิ่งที่ไม่อนุญาตให้นำเข้าประเทศ

  ยกเว้นว่าอยู่ภายใต้เงื่อนไขการกักกันโรค และได้รับอนุมัติโดยแผนกบริการตรวจตรา และกักกันโรคของนิวซีแลนด์
ก่อนที่จะออกเดินทาง
  - นก ขนนก และผลิตภัณฑ์จากสัตว์เลี้ยงที่มีปีก
  - เมล็ดธัญพืช และถั่วตากแห้ง
  - ผลิตภัณฑ์จากนม (ยกเว้นผลิตภัณฑ์จากประเทศนิวซีแลนด์ และอาหารหนักไม่เกิน 1 กิโลกรัมสำหรับทารก)
  - ไข่ และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของไข่
  - ผัก และผลไม้สด
  - น้ำผึ้ง และผลิตภัณฑ์จากผึ้ง เช่น นมผึ้ง
  - แมลง สัตว์ และพืชที่มีชีวิต
  - เนื้อ และผลิตภัณฑ์จากเนื้อ (ทั้งสดและแห้ง) รวมถึงเนื้อหมูกระป๋อง
  - กิ่งพืชที่เตรียมไว้จะตอนเพื่อปักชำ หัว หรือกระเปาะ หรือเชื้อเพาะปลูกของ พืช หรือของสิ่งที่มีชีวิต
  - ปลาเทร้าท์ และแซลมอน (สด ดอง หรือแห้ง)
  - ดิน และทราย
  - ฟาง และหญ้าแห้ง ทั้งที่บรรจุหรือยัดเป็นหีบห่อ และเครื่องประดับที่ทำจากฟาง

สิ่งที่จำเป็นอื่นๆ ที่ควรนำไป
  เอกสารด้านการเรียน ตัวจริงพร้อมสำเนา อาทิเช่น ใบตอบรับและใบยืนยันให้เข้าเรียนจากสถาบันการศึกษา
ในประเทศนิวซีแลนด์ ใบเสร็จค่าเล่าเรียน ผล IELTS หรือ TOEFL ใบผ่านงาน Transcript รูปถ่าย เป็นต้น เอกสารเหล่านี้
ควรทำสำเนาเก็บไว้ที่บ้าน 1 ชุด รวมทั้งสำเนาหนังสือเดินทาง และวีซ่า ในกรณีตัวจริงเกิดเสียหาย หรือในกรณีที่ผู้ปกครอง
อาจต้องการหลักฐานเหล่านี้ในการส่งเงิน

  เสื้อผ้า : ควรซื้อจากเมืองไทย เพราะราคาถูก และทันสมัยกว่าเสื้อผ้าในประเทศนิวซีแลนด์มาก ควรเอาเสื้อผ้าที่สวมใส่
สบายไม่ต้องรีด เช่น เสื้อยืด กางเกงยีนส์ สำหรับนักศึกษาหญิง ควรเตรียมชุดชั้นในให้เพียงพอเพราะมักพบปัญหาเรื่องขนาด
ไม่พอดีสำหรับคนไทย

  เสื้อกันหนาว : ควรเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวที่สามารถกันลมได้ไปด้วย ยิ่งถ้าต้องไปอยู่ในเมืองที่มีอากาศค่อนข้างหนาว เช่น เมืองในเกาะใต้ หรือต้องเดินทางไปนิวซีแลนด์ในช่วงฤดูหนาว ระหว่าง กรกฎาคม-กันยายน   นอกจากนี้ควรเตรียมเสื้อผ้า
สำหรับงานที่เป็นทางการ หรืองานวัฒนธรรมชุดสูทหรือชุดราตรีสักชุด สำหรับ นักเรียนมัธยมความสวมใส่เครื่องแบบ
ตามที่โรงเรียนกำหนด

  ตำรา : ไทย-อังกฤษ, อังกฤษ-ไทย และอังกฤษ-อังกฤษ หรือ Talking Dictionary และควรนำตำราไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ และอุปกรณ์เครื่องเขียนแบบเรียน และเครื่องคิดเลขไปด้วย

                                    ของใช้ส่วนตัว: ควรเตรียมของใช้ส่วนตัวในชีวิตประจำวันไปอย่างเพียงพอในช่วงแรก เช่น สบู่ แชมพู แปรงสีฟัน ยาสีฟัน กรรไกรตัดเล็บ มีดโกนหนวด ผ้าอนามัย เครื่องสำอาง ฯลฯ
 
  เงินสด :  รัฐบาลนิวซีแลนด์อนุญาตให้ผู้เดินทางเข้าประเทศนิวซีแลนด์พกพาเงินสดในทุกรูปแบบติดตัวเข้าประเทศ
ออสเตรเลียได้ไม่เกิน NZ$ 10,000 โดยไม่ต้องสำแดง แต่เพื่อความปลอดภัย นักศึกษาควรนำเงินสดติดตัวประมาณ
NZ$ 1,500-3,000 ที่เหลือให้ทำเป็น Bank draft สั่งจ่ายชื่อนักศึกษาเอง หรือ Traveler Cheque หรือใช้ระบบเบิกเงินสดจากบัตร ATM หรือ บัตรเครดิตเมื่อเดินทางไปถึง แต่นักศึกษาต้องเสียอัตราแลกเปลี่ยนตามวันที่เบิก

  ยาประจำตัว : ในกรณีที่จำเป็นต้องมียาติดตัวประจำควรให้แพทย์เขียนฉลากชื่อยาให้ชัดเจนเป็นภาษาอังกฤษ หรือออก
ใบรับรองแพทย์



thai.wunderground.com time and date.com อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
เรียนต่อต่างประเทศ ศึกษาต่อต่างประเทศ เรียนต่ออังกฤษ ศึกษาต่ออังกฤษ เรียนต่อออสเตรเลีย ศึกษาต่อออสเตรเลีย เรียนต่ออเมริกา ศึกษาต่ออเมริกา
โครงการ Aupair โครงการ Work and Travel Internship อเมริกา