![]() |
![]() เดิมประเทศออสเตรเลียเคยเป็นดินแดนอาณานิคม โดยถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ และได้มีการพัฒนา เปลี่ยนแปลงรูปแบบมาเรื่อยๆ จนในที่สุดดินแดนอาณานิคมต่างๆ ก็ได้รวมตัวกันเป็นประเทศ ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของโลก แบ่งออกเป็น 6 รัฐและ 2 มณฑลแต่ยังมีมณฑลเล็กๆนอกประเทศ ออกไปอีกหลายมณฑล คาดกันว่า ชาวพื้นเมืองอะบอริจินได้ครอบครองประเทศออสเตรเลีย มาเป็นเวลานานกว่า 60,000 ปี และสร้างวัฒนธรรมโลกที่ยาวนานที่สุด ต่อมาอังกฤษได้เข้ามาครอบครอง เพื่อใช้เป็นดินแดนสำหรับกักขังนักโทษ ประเทศออสเตรเลียเริ่มก่อตั้งเป็นระบบประเทศ ปกครองของตนเอง เมื่อปี ค.ศ.1901 แต่ยังคงดำรงเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ ในเครือจักรภพอังกฤษอยู่ ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ อย่างสันติสุขมาตลอด และยังเป็นประเทศที่มีรัฐบาลมั่นคงในทุกระดับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศออสเตรเลีย เป็นประเทศที่อยู่อย่างสงบสันติสุขและมั่งคั่งเสมอมา |
|
|
เรียนต่อออสเตรเลีย ศึกษาต่อออสเตรเลีย |
ออสเตรเลียประกอบด้วยรัฐใหญ่ 6 รัฐ และเขตปกครองตนเอง 2 มณฑล
Australian Capital Territory มณฑลนครหลวงของออสเตรเลีย แคนเบอร์ร่า (Canberra) คือเมืองหลวงของประเทศ เป็นศูนย์กลางการปกครอง ลักษณะตัวเมืองทันสมัย เพราะมีการวางผังเมืองอย่างดีเยี่ยม เป็นที่ตั้งขององค์กรระดับชาติ และหน่วยงานสถานทูตของประเทศต่างๆ รวมทั้งสถานทูตไทย |
||
|
เรียนต่อออสเตรเลีย ศึกษาต่อออสเตรเลีย |
| สำหรับภูมิอากาศในประเทศออสเตรเลียนั้นแตกต่างกันในแต่ละรัฐ จะเป็นแบบเขตร้อนจนถึงเขตอบอุ่น อากาศจะหนาวที่สุดในบริเวณที่ราบสูงภาคตะวันออกเฉียงใต้และในรัฐทัสมาเนีย (Tasmania Territory) และเป็นเพียงสองแห่งที่มีหิมะตกเสมอ ปรกติแล้วเดือนที่ร้อนที่สุดคือเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ ในระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมเป็นเดือนที่มีฝนตกชุก และเดือนที่อากาศหนาวที่สุดคือเดือนกรกฎาคม | |
|
เรียนต่อออสเตรเลีย ศึกษาต่อออสเตรเลีย |
| ความแตกต่างของเวลา | |
เวลาในเมืองซิดนีย์และในเมลเบิร์น เร็วกว่าเมืองไทยประมาณ 3-4 ชั่วโมง โดยมากเมืองต่างๆ ในประเทศออสเตรเลียจะมีเวลาที่เร็วกว่าประเทศในแถบเอเชียประมาณ 2-3 ชั่วโมง เร็วกว่าประเทศในแถบยุโรปประมาณ 9-10 ชั่วโมง และเร็วกว่าประเทศสหรัฐอเมริกาประมาณ 16-20 ชั่วโมง และในรัฐสำคัญต่างๆ มีการจัดการกับช่วงเวลาในฤดูร้อนโดยจะมีการตั้งเวลาให้ถอยหลัง 1 ชั่วโมง ตั้งแต่วันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนตุลาคม ไปจนถึงวันอาทิตย์แรกในเดือนเมษายน ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้าง จึงมีความแตกต่างของเวลาตามมาตรฐานกรีนิช (Greenwich Mean Time, GMT) โดยจัดแบ่งออกเป็น 3 โซน ดังนี้ Eastern Standard Time-EST เร็วกว่าเวลา GMT 10 ชั่วโมงและเร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง ใช้ในรัฐ New South Wales, Victoria, Tasmania, Queensland และ Canberra |
|
|
เรียนต่อออสเตรเลีย ศึกษาต่อออสเตรเลีย |
ประเทศออสเตรเลียปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยและเป็นประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ มีรูปแบบการปกครองระบบสหพันธรัฐ โดยมีการจัดแบ่งรัฐบาลออกเป็น 3 ระดับ คือ รัฐบาลสหพันธรัฐ รัฐบาลรัฐ และรัฐบาลท้องถิ่น มีสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษเป็นประมุข และมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำบริหารประเทศ |
|
|
เรียนต่อออสเตรเลีย ศึกษาต่อออสเตรเลีย |
| ประชากร | |
ประเทศออสเตรเลียมีความหนาแน่นของประชากรเบาบางที่สุดด้วยประชากรทั้งหมดเพียงประมาณ 21 ล้านคนต่อพื้นที่ กว่า 7 ล้านตารางกิโลเมตร ประชากรที่เริ่มอพยพเข้ามา ส่วนใหญ่มาจากประเทศอังกฤษและไอร์แลนด์ |
|
เรียนต่อออสเตรเลีย ศึกษาต่อออสเตรเลีย |
| ออสเตรเลียเป็นประเทศที่ให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา ดังนั้นความเชื่อความศรัทธา และลัทธินิกายต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าประเทศออสเตรเลียประกอบไปด้วย กลุ่มชนชาติพันธุ์ต่างๆมากมาย |
|
|
เรียนต่อออสเตรเลย ศึกษาต่อออสเตรเลีย |
| ระบบไฟฟ้าในบ้านนั้นอยู่ที่ 230-250 โวลต์ ซึ่งสามารถนำเครื่องใช้ไฟฟ้าจากเมืองไทยไปใช้ได้เลย เป็นแบบตัวเสียบระบบ AC ที่มี 3 หัว สามารถนำเครื่องใช้ไฟฟ้าจากเมืองไทยไปใช้ได้แต่ปลั๊กไฟบ้านเราจะเป็น 2 หัว น้อง ๆ สามารถหาชื้อหัวปลั๊กจากเมืองไทยไปก็ได้หรือไปหาซื้อที่ออสเตรเลียก็ได้ |
|
|
เรียนต่อออสเตรเลีย ศึกษาต่อออสเตรเลีย |
หน่วยเงินตราของประเทศออสเตรเลีย คือเหรียญของออสเตรเลีย หรือ A$ ซึ่ง 1 เหรียญ เท่ากับ 100 เซนต์ โดยมีค่าเงินต่างๆดังนี้เหรียญ : 5 เซนต์, 10 เซนต์, 20 เซนต์, 50 เซนต์, A$1, A$2 ธนบัตร : A$5, A$10, A$20, A$50, A$100 |
|
|
เรียนต่อออสเตรเลีย ศึกษาต่อออสเตรเลีย |
| ประเทศออสเตรเลียมีธนาคารเป็นจำนวนมาก และต่างก็เป็นธนาคารที่จดทะเบียนภายใต้ข้อกำหนดของรัฐบาลออสเตรเลียทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามมี 5 ธนาคารหลักในออสเตรเลีย ได้แก่ ธนาคารแห่งชาติออสเตรเลีย ( National Australia Bank ) ธนาคารแห่งเครือจักรภพ ( Commonwealth Bank ) ธนาคารเวสต์แพ็ค ( Westpac ) ธนาคารเอเอ็นแซด ( ANZ Bank ) และธนาคารเซ็นต์จอร์จ ( St. George Bank ) ปรกติธนาคารจะเปิดทำการตั้งแต่เวลา 9.30 น. จนถึง 16.00 น. ในวันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี และในวันศุกร์เปิดบริการถึงเวลา 17.00 น. ในประเทศออสเตรเลียจะมีเครื่องถอนเงินอัตโนมัติ (Automatic Teller Machine-ATM) ซึ่งจะมีอยู่ตามศูนย์การค้าทั่วไป นักศึกษาสามารถใช้ฝากเงินและถอนเงินได้ตลอด 24 ชม. นอกจากนี้ยังมีรูปแบบการชำระเงินแบบ Electronic Funds Transfer at point of sale-EFTPOS ตามร้านค้าใหญ่ๆ ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านขายของเฉพาะอย่างหลายแห่ง ซึ่งสามารถถอนเงินสดเพิ่มเติมได้เมื่อซื้อ |
|
|
เรียนต่อออสเตรเลีย ศึกษาต่อออสเตรเลีย |
ค่าใช้จ่ายสำหรับการศึกษาต่อในประเทศออสเตรเลีย สามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ค่าเล่าเรียน และค่าใช้จ่ายในการครองชีพ ซึ่งมีความแตกต่างกันไปตามลักษณะของเมือง สถาบันการศึกษา ประเภทของหลักสูตร และระยะเวลาของหลักสูตร แต่หากดูโดยรวมแล้ว อัตราค่าใช้จ่ายของประเทศออสเตรเลียจะต่ำกว่าทั้งในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา ต่อไปนี้คือรายการค่าใช้จ่ายพอสังเขป สำหรับการครองชีพในออสเตรเลีย: • ค่าแท็กซี่ เริ่มต้นที่ A$3.2 - A$3.5 • ค่าโทรศัพท์สาธารณะ ขั้นต่ำ 40 เซนต์ • ค่าบัตรโทรศัพท์ A$5, A$10, A$20, A$50 • ค่าส่งจดหมายภายในประเทศ ต้องติดแสตมป์ 50 เซนต์ (สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 250 กรัม) • ค่าส่งจดหมายแบบ air mail ต้องติดแสตมป์ A$1.35 (สำหรับน้ำหนักไม่เกิน 50 กรัม) c]t A$ 2.0 สำหรับเขตอื่นที่เหลือ • ค่าส่งจดหมายแบบ aerogramme ต่างประเทศ ต้องติดแสตมป์ A$1.10 ต่อ 1 aerogramme วิถีชีวิตในประเทศออสเตรเลียได้รับการจัดว่าเป็นวิถีชีวิตปลอดภัย และอบอุ่นที่มีมาตรฐานทางสังคมสูง รวมทั้งมีสถานที่ชอปปิ้งมากมายในซิดนีย์ เมลเบิร์น และมีสินค้าต่างๆมากมายให้ท่านเลือกได้ในราคาที่หลากหลาย โดยสามารถเลือกซื้อสินค้าในราคาที่ท่านพอใจที่สุดได้ ส่วนเวลาการบริการนั้นเริ่มตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 17.30 น. ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ ทั้งนี้ทุกวันพฤหัสบดีและวันศุกร์จะขยายเวลาบริการ จนถึงเวลาประมาณ 21.00 น. สำหรับซุปเปอร์มาร์เก็ตนั้นส่วนมากจะเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน |
|
|
เรียนต่อออสเตรเลีย ศึกษาต่อออสเตรเลีย |
| นักเรียนไทยที่ต้องการขับรถในประเทศออสเตรเลีย จะต้องมีใบขับขี่นานาชาติซึ่งมีรายละเอียดเป็นภาษาอังกฤษ และอาจต้องไปสอบภาคปฏิบัติเพิ่มเติมในรัฐที่ต้องสอบใบขับขี่ สำหรับผู้ที่มีใบขับขี่ตลอดชีพ สามารถนำไปแปลที่สถานทูต และยื่นเรื่องของใบขับขี่ของออสเตรเลียได้ โดยอาจต้องสอบข้อเขียน หรือภาคปฏิบัติเพิ่มเติมอย่างไรก็ดี รายละเอียดสำหรับแต่ละรัฐจะแตกต่างกัน สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการขับรถในประทศออสเตรเลียมีดังนี้ หากต้องการขับรถในประเทศออสเตรเลีย แต่ใบขับขี่สากลมีอายุเพียง 1 ปี หลังจากนั้น จำเป็นต้องไปสอบเอาใบขับขี่ของรัฐนั้น ๆ ประเทศออสเตรเลียมักกำหนดอัตราความเร็วตามสถานที่ อาทิเช่น 60 ก.ม./ชั่วโมงสำหรับในเมือง หรือ 40 ก.ม./ชั่วโมงสำหรับบริเวณโรงเรียน กฎหมายบังคับให้ผู้โดยสาร คาดเข็มขัดนิรภัย นอกจากนี้ผู้ที่มีแอลกอฮอล์ในเลือด เกิน 0.05 เปอร์เซ็นต์ (หรือดื่มเดิน 2 แก้วขึ้นไป) ก็ห้ามขับรถ การใช้โทรศัพท์มือถือในระหว่างที่ขับรถเป็นสิ่งผิดกฎหมาย คนขับรถและผู้โดยสารทุกคนต้องใส่เข็มขัดนิรภัยตลอดเวลาที่โดยสาร เด็กและเด็กเล็กทุกคนต้องมีอุปกรณ์สำหรับการโดยสารที่เหมาะสม ระบบการขับรถที่ใช้ในประเทศออสเตรเลีย เป็นระบบขับทางด้านขวา และขับติดด้านซ้ายของถนน |
|
|
เรียนต่อออสเตรเลีย ศึกษาต่อออสเตรเลีย |
|
|
|
เรียนต่อออสเตรเลีย ศึกษาต่อออสเตรเลีย |
ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีระบบขนส่งมวลชนที่ยิ่งใหญ่และทันสมัย ซึ่งได้แก่ รถไฟ รถประจำทาง รถราง เรือข้ามฟาก รถไฟลอยฟ้า แท็กซี่ และเรือหางยาว ( Water Taxis ) อย่างไรก็ตาม นักศึกษาชาวต่างชาตินั้นไม่ได้รับการอนุญาตให้เดินทางด้วยบัตรโดยสารประเภท Concession Card หากฝ่าฝืนท่านจะถูกจับและต้องเสียค่าปรับตั้งแต่ A$ 100 ขึ้นไป แต่สามารถซื้อบัตรโดยสารประเภท Weekly Pass ( รายสัปดาห์ ) หรือประเภท Travel Ten ( 10 เที่ยว )ในการโดยสารรถประจำทาง รถราง และเรือข้ามฟาก เพื่อช่วยประหยัดค่าเดินทางได้ โดยน้อง ๆ จำเป็นต้องมีบัตรผ่านสีแดง สีเหลือง หรือ สีน้ำตาล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าท่านมีความจำเป็นต้องเดินทางไกลแบบข้ามประเทศ หรือเดินทางไปยังเมืองอื่นๆในประเทศออสเตรเลีย |
|
|
เรียนต่อออสเตรเลีย ศึกษาต่อออสเตรเลีย |
ประเทศออสเตรเลีย มีสนามบินนานาชาติอยู่หลายแห่งคือที่ Sydney, Adelaide, Melbourne, Brisbane, Perth, Hobart, Darwin โดยมีสายการบินจำนวนมาก ที่มีเส้นทางการบินเชื่อมระหว่างประเทศออสเตรเลีย อาทิเช่น สายการบินแควนตัน บริติชแอร์เวย์ การบินไทย สิงคโปร์แอร์ไลน์ สายการบินแอร์นิวซีแลนด์ เป็นต้น หากนักศึกษาจำเป็นต้องเดินทางจากสนามบินนานาชาติต่อไปยังเมืองต่าง ๆ นักศึกษาต้องไปต่อเครื่องที่ท่าอากาศภายในประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ยุ่งยาก ส่วนใหญ่แล้ว สนามบินจะมีรถของทางสนามบิน ให้บริการรับส่งระหว่างสนามบินภายในประเทศและระหว่างประเทศอยู่แล้ว โดยไม่ต้องออกจากสนามบินระหว่างประเทศ อย่างไรก็ดี นักศึกษาควรเผื่อเวลาระหว่างเที่ยวบินระหว่างประเทศและเที่ยวบินภายในประเทศให้มากที่สุด ถ้าเป็นไปได้ ก็ควรหลีกเลี่ยงเที่ยวบินในวันหยุดราชการ วันหยุดสุดสัปดาห์ หรือกลางดึก เพราะอาจไม่มีบริการดังกล่าวในช่วงวันหยุดหรือกลางดึก การเดินทางภายในประเทศ ประเทศออสเตรเลีย เป็นประเทศที่มีระบบขนส่งมวลชนที่ดีที่สุดประเทศหนึ่ง ทั้งในระบบรถประจำทาง รถรางไฟฟ้า รถลอยฟ้าและเรือเฟอร์รี่ นอกจากนี้ ยังมีรถไฟที่เชื่อมต่อกันทุกเมือง การให้บริการ จะตรงตามตารางเวลาเสมอ สำหรับแท็กซี่ ก็มีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยคิดค่าบริการตามมิเตอร์ และสามารถเรียกได้ทั้งทางโทรศัพท์ หรือการใช้บริการตามทาง อัตราค่าโดยสารจะแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ และแต่ละช่วงเวลาของวัน |
|
|
เรียนต่อออสเตรเลีย ศึกษาต่อออสเตรเลีย |
เนื่องจากประเทศออสเตรเลีย มีสถาบันการศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ดังนั้น การรับรองวิทยฐานะของสถาบันการศึกษาจึงนับว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ในประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐที่ทำหน้าที่ในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการรับรองวิทยฐานะของสถาบันการศึกษาในประเทศออสเตรเลียคือ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนหรือ ก.พ. นั่นเอง การพิจารณาเกี่ยวกับการรับรองวิทยฐานะของสถาบันการศึกษา ของสำนักงาน ก.พ. ยึดหลักเกณฑ์เดียวกับการรับรองวิทยฐานะ ของสถาบันศึกษาของประเทศออสเตรเลียเลีย นั่นคือ ก.พ. จะรับรองวิทยฐานะของหลักสูตรที่เปิดสอนที่สถาบันการศึกษา ซึ่งรัฐบาลประเทศออสเตรเลีย รับรองวุฒินั้นเช่นกันโดยสามารถสอบถามได้จากสำนักงาน ก.พ. หรือตรวจสอบจาก www.ocsc.go.th อย่างไรก็ดี กล่าวโดยสรุปได้ว่า ก.พ. ให้การรับรองวิทยฐานะมหาวิทยาลัยทั้ง 41 แห่งในประเทศออสเตรเลีย การรับรองวิทยฐานะของสถาบันการศึกษาของ สำนักงาน ก.พ. จะรับรองวุฒิการศึกษาให้เฉพาะ ผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันที่ ก.พ. รับรอง ณ ปีที่สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรนั้น ๆ เท่านั้น และสำนักงาน ก.พ. ไม่รับรองวุฒิการศึกษาที่เรียนในระบบทางไกล (Distance Education) กับสถาบันในประเทศออสเตรเลีย ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาในระดับใดหรือกับหลักสูตรใด ๆ ทั้งสิ้น ปัจจุบันนักศึกษาสามารถตรวจสอบการรับรองวิทยฐานะของสถาบันการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกาจาก Website ของสำนักงาน ก.พ. ได้ที่ www.ocsc.go.th/searchdata/data_institute.asp |
|
|
เรียนต่อออสเตรเลีย ศึกษาต่อออสเตรเลีย |
วิทยาลัยเอกชน (Private Colleges) หลักสูตรปริญญาตรี (Bachelor Degree) หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต (Graduate Certificate) ค่าเล่าเรียนโดยประมาณในแต่ละหลักสูตร
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
เรียนต่อออสเตรเลีย ศึกษาต่อออสเตรเลีย |
| ทำไมถึงเลือกไปศึกษาต่อออสเตรเลีย | |
Australia เป็นประเทศที่มีจำนวนนักศึกษาต่างชาติมากที่สุดเป็นอันดับสามของประเทศ รองจากอเมริกาและอังกฤษ มีจำนวนนักศึกษาไทยที่เลือกเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศออสเตรเลียมากกว่า 5,000 คนต่อปี ความมีชื่อเสียงของสถาบัน - ในระดับนานาชาติในด้านหลักสูตรการเรียนการสอน และการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ได้ คุณวุฒิทางการศึกษาที่ได้รับการรับรอง - ภายใต้กรอบคุณวุฒิทางการศึกษาของออสเตรเลีย (AQF) ซึ่งเป็นระบบการศึกษาแห่งชาติที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลออสเตรเลีย สถาบันการศึกษารับรองคุณภาพโดยรัฐบาล - ในด้านหลักสูตร คุณวุฒิของคณาจารย์ สิ่งอำนวยความสะดวกและเพื่อให้เป็นผู้จัดสอนหลักสูตรต่างๆ ให้นักศึกษาต่างชาติได้ ปลอดภัย - ออสเตรเลียเป็นประเทศที่ปลอดภัย มีอัตราการเกิดอาชญากรรมต่ำมาก ทั้งยังมีสิ่งแวดล้อมที่มีความปลอดภัยสูง คุ้มค่า - ค่าครองชีพและค่าเล่าเรียน จะถูกกว่าในประเทศอื่นๆ ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก นอกจากนี้นักเรียนนักศึกษายังสามารถทำงานแบบไม่เต็มเวลาได้ การให้ความสนับสนุนสำหรับนักเรียน นักศึกษา - ประเทศออสเตรเลียเป็นผู้นำในด้านการให้ความคุ้มครองและบริการต่าง ๆ แก่นักศึกษาต่างชาติ เพื่อช่วยเหลือทั้งด้านการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ การดำเนินชีวิตในประเทศออสเตรเลีย |
|
|
เรียนต่อออสเตรเลีย ศึกษาต่อออสเตรเลีย |
ในขณะที่กำลังศึกษาอยู่ในประเทศออสเตรเลีย นักศึกษาสามารถทำงานได้ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และในช่วงปิดภาคเรียนสามารถได้แบบเต็มเวลา นักศึกษาจะสามารถเริ่มทำงาน ได้เมื่อเริ่มการศึกษาแล้วเท่านั้น ผู้ติดตามก็สามารถยื่นเรื่องขออนุญาตการทำงานได้ด้วยเช่นกันการหางานทำในประเทศออสเตรเลีย ไม่ใช่เรื่องที่ยาก การทำงานนอกจากเวลาตามร้านค้า หรือบริการต่าง ๆ ทั้งในรูปแบบภัตตาคาร หรือศูนย์การค้า ค่าจ้างที่ได้รับจะอยู่ในช่วง A$ 8- A$16 ต่อชั่วโมงขึ้นอยู่กับลักษณะของงาน ระดับความรับผิดชอบ ช่วงเวลาของการทำงาน และอายุของนักศึกษา นอกจากนี้ นักศึกษาต่างชาติยังต้องทำเรื่องขอหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (Australia Tax File Number) ด้วย สำหรับการชำระภาษีรายได้จาการทำงาน |
|
| ที่พักใน Australia | |
สำหรับนักศึกษาที่ต้องการหาที่พักในประเทศออสเตรเลีย มีทางเลือกมากมาย โดยสามารถเลือกได้จากที่พักที่มีระดับมาตรฐานสูงหลายประเภท ตามงบประมาณ และความจำเป็น โดยสถาบันการศึกษา จะมีเจ้าหน้าที่ทำความเข้าใจ สัญญาเช่าและเงือนไขการเช่า ที่พักอาศัยต่าง ๆ ท่านจึงควรติดต่อ ให้เจ้าหน้าที่ของแผนกที่พักของทางสถาบัน ดำเนินการจัดหาที่พักชั่วคราวให้ท่าน ก่อนที่ท่านจะออกเดินทางมายังประเทศออสเตรเลีย ซึ่งจะทำให้ท่านได้มีเวลาในการหาที่พักที่ถูกใจ สำหรับการอยู่อาศัยในระยะยาว นอกจากนี้ ท่านยังสามารถหาข้อมูลได้จากโฆษณา เกี่ยวกับห้องพัก อพาร์ตเม้นต์ และบ้านเช่าต่าง ๆ ตามประกาศที่ติดไว้สำหรับนักเรียนศึกษาด้วยประเภทของที่พักอาศัยสำหรับนักศึกษาที่พักประเภทอยู่กับครอบครัว ชาวออสเตรเลีย หรืออยู่ฟาร์ม (Homestay และ Farmstay) ประมาณสัปดาห์ละ A$ 110-270 การพักอาศัยกับครอบครัวชาวออสเตรเลีย นับเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับช่วงเดือนแรกของการไปศึกษา เพราะนักศึกษาจะต้องปรับตัวให้เข้าใหม่ ซึ่งมักจะยังมีข้อสงสัย และปัญหาต่าง ๆ มากมายการพักกับครอบครัว จะทำให้นักศึกษามีผู้ดูแล อำนวยความสะดวก แนะนำเกี่ยวกับการใช้ชีวิต สถานที่สำคัญต่าง ๆ วิธีการเดินทาง และอื่น ๆ ที่สำคัญคือทำให้ได้ฝึกภาษาอังกฤษจากการใช้ชีวิตจริง นอกจากนี้ ยังทำให้ได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับ วิถีการดำเนินชีวิตของชาวออสเตรเลียด้วยความรู้สึกที่เป็นกันเอง ซึ่งบางกรณี อาจเป็นส่วนช่วยสนับสนุน หรือให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำงาน ในช่วงการศึกษาเล่าเรียนได้อีกด้วย การพักอาศัยแบบนี้ เป็นที่นิยมของนักศึกษาที่อายุยังน้อยหรือที่มาเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษระยะสั้น เพราะนอกจากจะมีผู้ดูแลแล้ว ส่วนใหญ่จะคิดรวมค่าอาหารอยู่ในค่าที่พักที่จ่ายให้กับทางครอบครัวแล้ว สำหรับห้องพัก อาจมีทั้งแบบห้องเดี่ยว หรือห้องรวม ซึ่งราคาก็จะแตกต่างกันไป ในบางครอบครัว อาจจะให้ท่านดูแลเรื่องอาหารการกินเอง ราคาที่พักก็จะถูกกว่า สถาบันการศึกษาต่าง ๆ จะมีรายชื่อของครอบครัว ที่พร้อมจะรับนักเรียนนักศึกษาต่างชาติ โดยสถาบันจะคัดเลือกครอบครัวที่มีชื่อเสียงดี มีที่พักอาศัยที่มีมาตรฐาน ในราคาสมเหตุสมผล สำหรับการพัก แบบฟาร์มสเตย์ ก็จะเป็นลักษณะเดียวกันแต่ที่พักจะตั้งอยู่ในชนบท โดยสามารถเลือกประเภทของฟาร์มได้ เช่น ฟาร์มวัว แกะ ไร่ข้าวโพด หรืออื่น ๆ และถ้าสนใจก็สามารถทำกิจกรรมประจำวันในไร่ได้ สิ่งน่าสนใจสำหรับฟาร์มสเตย์คือ อาหารซึ่งก็มักจะได้มาจากฟาร์มเอง ก็จะเป็นเจ้าบ้านที่ดีที่สมใจและอยากเรียนรู้ในวัฒนธรรมของผู้มาพักด้วย ที่พักแบบโฮสเทลส์ และเกสท์เฮาส์ (Hostels และ Guest Houses) ประมาณสัปดาห์ละ A$ 80-135 โดยทั่วไป ที่พักประเภทบ้านเช่านั้น ดำเนินการโดยองค์ต่าง ๆ เช่น Youth Hostels Australia และ Young Men’s Christian Association (YMCA) ที่พักประเภทนี้นักศึกษาจะต้องใช้สิ่งอำนวยความสะดวกร่วมกัน อาทิ เช่น ห้องครัว และห้องน้ำ ส่วนใหญ่แล้วที่พักประเภทนี้จะมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าแบบพักกับครอบครัว แต่เมื่อคิดรวมเรื่องอาหารแล้ว จะพบว่าที่พักแบบ hostel จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า แบบพักกับครอบครัวประมาณ 20% แต่ข้อได้เปรียบของแบบ hostel คือ นักเรียนจะมีความเป็นอิสระมากกว่า ไม่ต้องถูกกำหนดโดยตารางเวลาของครอบครัว และนักศึกษาต้องไม่ลืมว่าที่พักแบบนี้เป็นแบบห้องรวม โดยที่บางแห่ง อาจจะต้องแบ่งห้องรวมกับคนอื่นจำนวนตั้งแต่ 2-8 คน ก็ได้ ดังนั้น ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น จะมาจากการรบกวนของเพื่อนร่วมห้อง การใช้ของของคนอื่นโดยไม่ขออนุญาต ดังนั้น ในการตัดสินใจเลือกที่พักประเภทนี้ ถึงจะประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ก็อาจมีปัญหา และเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ การเลือกผู้ร่วมเช่าผิด และไม่แบ่งความรับผิดชอบให้ชัดเจน ทำให้เกิดปัญหาที่กล่าวมา ดังนั้น นักศึกษาอาจเลือกที่พักประเภทนี้ เป็นทีพักชั่วคราวจนกว่าจะหาที่พักถาวรได้ ที่พักประเภทเช่าอาศัยอยู่ร่วมกัน (Shared Accommodation) ประมาณสัปดาห์ละ A$ 50-160 ที่พักประเภทเช่า (Rental Accommodation) ประมาณสัปดาห์ละ A$ 70-350 หลังจากนักศึกษาได้เข้ามาเรียนเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้วจะรู้จักผู้คนและคุ้นเคยกับสถานที่มากขึ้น และมีข้อมูลของที่พักประเภทนี้ ซึ่งนักศึกษาส่วนมากจะเลือกใช้บริการที่พักประเภทนี้ในระยะยาว เนื่องจากจะประหยัดและเป็นอิสระมากกว่า และสามารถเลือกเพื่อนร่วมเช่าบ้านได้เอง โดยนักศึกษาสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับบ้านให้เช่าได้จากป้ายประกาศที่มหาวิทยาลัยหรือโฆษณาจากหนังสือพิมพ์ บ้านเช่านี้จะมีทั้งแบบที่มีเครื่องเรือนให้ หรือแบบไม่มีเครื่องเรือน เจ้าของบ้านเช่าจะเรียกเก็บค่าเช่าล่วงหน้าและจะต้องจ่ายเงินมัดจำเช่าล่วงหน้าด้วย นักศึกษาที่อยู่ร่วมบ้านเช่าเดียวกันจะต้องมีการแบ่งหน้าที่และงานบ้านกัน เป็นการฝึกให้มีความรับผิดชอบช่วยเหลือตัวเอง และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ ที่พักในโรงเรียนประจำ (Boarding School) ประมาณปีละ A$8000 – 11000 โรงเรียนมัธยมศึกษาของเอกชนส่วนมาก มีห้องพัก พร้อมดูแลเรื่องอาหาร และซักรีด สำหรับนักเรียนต่างชาติ หมายเหตุ: สำหรับโรงเรียนประจำประเภทนี้ นักเรียนจะต้องเสียค่าเล่าเรียนเพิ่มเติมจากค่าหอพัก ที่พักในมหาวิทยาลัยประมาณสัปดาห์ละ A$80-250 มหาวิทยาลัยส่วนมาก จะมีที่พักหลายประเภท ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัย หรือบริเวณใกล้ ๆ กับวิทยาเขต เช่น อพาร์ตเม้นท์ ของมหาวิทยาลัย ที่พักประเภท residential colleges หรือ ที่พักประเภท halls of residence ซึ่งปกติ จะมีค่าเช่าถูกและเป็นทางเลือกที่นิยมกันมากในหมู่นักศึกษาต่างชาติ ที่เรียนหลักสูตรแบบเต็มเวลา ส่วนค่าเช่าจะแตกต่างกันไป ตามประเภทของที่พัก ที่พักประเภท residential colleges ที่พักประเภท residential colleges จะจัดอาหาร ทำความสะอาด และดูแลที่พักให้ พร้อมรวมถึง สิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬา และสังคม การสอนเสริม ห้องสมุด และโดยปกติ จะมีคอมพิวเตอร์ให้ใช้ด้วย ค่าเช่าที่พักประเภทนี้ ค่อนข้างจะแพงกว่า ค่าเช่าที่พักประเภท hall of residence เล็กน้อย ที่พักประเภท halls of residence ที่พักประเภท halls of residence ตั้งอยู่ ในบริเวณมหาวิทยาลัย หรือบริเวณใกล้ ๆ กับวิทยาเขตของมหาวิทยาลัย หรือบริเวณใกล้ ๆ กับวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยและปกติค่าเช่าของที่พักประเภทนี้ จะถูกกว่าที่พักประเภท residential colleges นักศึกษาต่างชาตินิยมที่พักประเภทนี้ปกติทางที่พักจะจัดอาหาร และดูแลทำความสะอาดให้ ที่พักประเภทนี้จะรับเฉพาะนักศึกษาที่เรียนหลักสูตรแบบเต็มเวลาเท่านั้น หากนักศึกษาต้องการที่พักประเภทนี้ นักศึกษาจะต้องจองล่วงหน้านาน ๆ เพราะเป็นที่ต้องการสูง |
|
|
|
|
เรียนต่อออสเตรเลีย ศึกษาต่อออสเตรเลีย |
| ทุนการศึกษา | |
![]() รูปแบบของทุนการศึกษา ซึ่งมาจากรัฐบาลออสเตรเลียและสถาบันการศึกษาต่าง ๆ มักจะเป็นทุนที่ให้เพื่อการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะสำหรับระดับบัณฑิตศึกษาแต่อย่างไรก็ดี ยังมีองค์กรอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่งที่ให้ทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาติ มหาวิทยาลัยออสเตรเลียให้ทุนการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาหลายประเภทแก่นักศึกษาต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นทุนการศึกษา ในระดับปริญญาเอกหรือ ปริญญาโทโดยการทำงานวิจัย ผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อกับสถาบันการศึกษานั้น ๆ โดยตรงได้หรือติดต่อสำนักงาน ก.พ. หรือสถานทูตออสเตรเลีย |
|
|
เรียนต่อออสเตรเลีย ศึกษาต่อออสเตรเลีย |
| การทำ OSHC | |
|
|
|
เรียนต่อออสเตรเลีย ศึกษาต่อออสเตรเลีย |
| การประกันสุขภาพนักศึกษาต่างชาติ (Overseas Student Health Cover – OSHC) | |
|
|
|
เรียนต่อออสเตรเลีย ศึกษาต่อออสเตรเลีย |
| การขอเปิดบัญชีธนาคาร (Opening a Bank Account) | |
เอกสารที่ต้องเตรียมเมื่อขอเปิดบัญชีธนาคาร |
|
|
เรียนต่อออสเตรเลีย ศึกษาต่อออสเตรเลีย |
A Tax file number (TFN) คือ เลขประจำตัวเสียภาษีที่ทางหน่วยงานจัดเก็บภาษีอากรของประเทศออสเตรเลีย (Australian Taxation Office (ATO) จะออกให้ผู้ที่ไม่ใช่คนออสเตรเลียเมื่ออาศัยอยู่และต้องการทำงานที่ประเทศออสเตรเลียเท่านั้น A Tax file number (TFN) คือ เลขประจำตัวเสียภาษีที่ทางหน่วยงานจัดเก็บภาษีอากรของประเทศออสเตรเลีย (Australian Taxation Office (ATO) จะออกให้ผู้ที่ไม่ใช่คนออสเตรเลียเมื่ออาศัยอยู่และต้องการทำงานที่ประเทศออสเตรเลียเท่านั้น |
|
|
เรียนต่อออสเตรเลีย ศึกษาต่อออสเตรเลีย |
| ข้อแนะนำก่อนการเดินทางไป เรียนต่อออสเตรเลีย | |
รายการสิ่งของที่ต้องนำติดตัวเวลาขึ้นเครื่องบิน สิ่งที่จำเป็นอื่นๆ ที่ควรนำไป เสื้อผ้า : ควรซื้อจากเมืองไทย เพราะราคาถูก และทันสมัยกว่าเสื้อผ้าในประเทศออสเตรเลียมาก ควรเอาเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ไม่ต้องรีด เช่น เสี้อยืด กางเกงยีนส์ สำหรับนักศึกษาหญิง ควรเตรียมชุดชั้นในให้เพียงพอ เพราะมักพบปัญหาเรื่องขนาดไม่พอดีสำหรับคนไทย เสื้อกันหนาว : ควรเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวที่สามารถกันลมได้ไปด้วย ยิ่งถ้าต้องไปอยู่ในเมืองที่มีอากาศค่อนข้างหนาว เช่น Melbourne Canberra หรือ Hobart หรือต้องเดินทางไปออสเตรเลียในช่วงฤดูหนาว ระหว่าง กรกฎาคม-กันยายน นอกจากนี้ควรเตรียมเสื้อผ้าสำหรับงานที่เป็นทางการ หรืองานวัฒนธรรมชุดสูทหรือชุดราตรีสักชุด สำหรับ นักเรียนมัธยมความสวมใส่เครื่องแบบตามที่โรงเรียนกำหนด ตำรา : ไทย-อังกฤษ, อังกฤษ-ไทย และอังกฤษ-อังกฤษ หรือ Talking Dictionary และควรนำตำราไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ และอุปกรณ์เครื่องเขียนแบบเรียน และเครื่องคิดเลขไปด้วย ของใช้ส่วนตัว: ควรเตรียมของใช้ส่วนตัวในชีวิตประจำวันไปอย่างเพียงพอในช่วงแรก เช่น สบู่ แชมพู แปรงสีฟัน ยาสีฟัน กรรไกรตัดเล็บ มีดโกนหนวด ผ้าอนามัย เครื่องสำอาง ฯลฯ เงินสด : รัฐบาลออสเตรเลียอุนญาตให้ผู้เดินทางเข้าประเทศออสเตรเลียพกพาเงินสดในทุกรูปแบบติดตัวเข้าประเทศออสเตรเลียได้ไม่เกิน A$ 10,000 โดยไม่ต้องสำแดง แต่เพื่อความปลอดภัย นักศึกษาควรนำเงินสดติดตัวประมาณ A$ 1,500-3,000 ที่เหลือให้ทำเป็น Bank draft สั่งจ่ายชื่อนักศึกษาเอง หรือ Traveler Cheque หรือใช้ระบบเบิกเงินสดจากบัตร ATM หรือบัตรเครดิตเมื่อเดินทางไปถึง แต่นักศึกษาต้องเสียอัตราแลกเปลี่ยนตามวันที่เบิก ยาประจำตัว : ในกรณีที่จำเป็นต้องมียาติดตัวประจำควรให้แพทย์เขียนฉลากชื่อยาให้ชัดเจนเป็นภาษาอังกฤษ หรือออกใบรับรองแพทย์ |
|
|
เรียนต่อออสเตรเลีย ศึกษาต่อออสเตรเลีย |








เวลาในเมืองซิดนีย์และในเมลเบิร์น เร็วกว่าเมืองไทยประมาณ 3-4 ชั่วโมง โดยมากเมืองต่างๆ ในประเทศออสเตรเลียจะมีเวลาที่เร็วกว่าประเทศในแถบเอเชียประมาณ 2-3 ชั่วโมง เร็วกว่าประเทศในแถบยุโรปประมาณ 9-10 ชั่วโมง และเร็วกว่าประเทศสหรัฐอเมริกาประมาณ 16-20 ชั่วโมง และในรัฐสำคัญต่างๆ มีการจัดการกับช่วงเวลาในฤดูร้อนโดยจะมีการตั้งเวลาให้ถอยหลัง 1 ชั่วโมง ตั้งแต่วันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนตุลาคม ไปจนถึงวันอาทิตย์แรกในเดือนเมษายน
หน่วยเงินตราของประเทศออสเตรเลีย คือเหรียญของออสเตรเลีย หรือ A$ ซึ่ง 1 เหรียญ เท่ากับ 100 เซนต์ โดยมีค่าเงินต่างๆดังนี้
วิถีชีวิตในประเทศออสเตรเลียได้รับการจัดว่าเป็นวิถีชีวิตปลอดภัย และอบอุ่นที่มีมาตรฐานทางสังคมสูง รวมทั้งมีสถานที่ชอปปิ้งมากมายในซิดนีย์ เมลเบิร์น และมีสินค้าต่างๆมากมายให้ท่านเลือกได้ในราคาที่หลากหลาย โดยสามารถเลือกซื้อสินค้าในราคาที่ท่านพอใจที่สุดได้ ส่วนเวลาการบริการนั้นเริ่มตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 17.30 น. ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ ทั้งนี้ทุกวันพฤหัสบดีและวันศุกร์จะขยายเวลาบริการ จนถึงเวลาประมาณ 21.00 น. สำหรับซุปเปอร์มาร์เก็ตนั้นส่วนมากจะเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน
ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีการจัดการระบบโทรคมนาคมค่อนข้างซับซ้อน สำหรับโทรศัพท์สาธารณะที่สามารถโทรระหว่างประเทศได้นั้น จะมีบริการอยู่ที่ไปรษณีย์ทุกแห่ง ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ โรงเรียน สถานีรถไฟ สี่แยกตามท้องถนนต่างๆ และอื่นๆ ค่าบริการโทรศัพท์ภายในประเทศคือ 40 เซ็นต์ สำหรับการโทรระหว่างประเทศนั้นมีหลากหลายราคา ตั้งแต่ 80 เซ็นต์ต่อนาที ไปจนถึงประมาณ A$ 2.5 ต่อนาทีขึ้นอยู่กับประเทศที่โทรไปประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีการจัดการระบบโทรคมนาคมค่อนข้างซับซ้อน สำหรับโทรศัพท์สาธารณะที่สามารถโทรระหว่างประเทศได้นั้น จะมีบริการอยู่ที่ไปรษณีย์ทุกแห่ง ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ โรงเรียน สถานีรถไฟ สี่แยกตามท้องถนนต่างๆ และอื่นๆ ค่าบริการโทรศัพท์ภายในประเทศคือ 40 เซ็นต์ สำหรับการโทรระหว่างประเทศนั้นมีหลากหลายราคา ตั้งแต่ 80 เซ็นต์ต่อนาที ไปจนถึงประมาณ A$ 2.5 ต่อนาทีขึ้นอยู่กับประเทศที่โทรไป
หากฝ่าฝืนท่านจะถูกจับและต้องเสียค่าปรับตั้งแต่ A$ 100 ขึ้นไป แต่สามารถซื้อบัตรโดยสารประเภท Weekly Pass ( รายสัปดาห์ ) หรือประเภท Travel Ten ( 10 เที่ยว )ในการโดยสารรถประจำทาง รถราง และเรือข้ามฟาก เพื่อช่วยประหยัดค่าเดินทางได้ โดยน้อง ๆ จำเป็นต้องมีบัตรผ่านสีแดง สีเหลือง หรือ สีน้ำตาล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าท่านมีความจำเป็นต้องเดินทางไกลแบบข้ามประเทศ หรือเดินทางไปยังเมืองอื่นๆในประเทศออสเตรเลีย
ในขณะที่กำลังศึกษาอยู่ในประเทศออสเตรเลีย นักศึกษาสามารถทำงานได้ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และในช่วงปิดภาคเรียนสามารถได้แบบเต็มเวลา นักศึกษาจะสามารถเริ่มทำงาน ได้เมื่อเริ่มการศึกษาแล้วเท่านั้น ผู้ติดตามก็สามารถยื่นเรื่องขออนุญาตการทำงานได้ด้วยเช่นกัน
ประเทศออสเตรเลียมีระบบจัดการเป็นพิเศษในเรื่องของความคุ้มครองด้านสุขภาพสำหรับนักศึกษาต่างชาติในประเทศออสเตรเลีย คือ Overseas Student Health Cover (OSHC) โดยที่นักศึกษาต่างชาติทุกคน (ยกเว้นนักศึกษาจากประเทศสวีเดนและนอร์เวย์) จำเป็นต้องมีประกันสุขภาพ ตลอดช่วงระยะเวลาของวีซ่านักเรียนในประเทศออสเตรเลีย OSHC เป็นสิ่งที่ให้ความคุ้มครองด้านสุขภาพแก่นักศึกษาต่างชาติ เหมือนกับ ความคุ้มครองที่มีให้กับชาวออสเตรเลียน ผ่านทาง Medicare (โครงการประกันสุขภาพระดับประเทศของออสเตรเลีย)
- หนังสือเดินทางที่มีวีซ่าประทับ